คุณแม่อภิคณา เก่งกสิกิจ (มะ)

 

 

      ข้าพเจ้ามีเพื่อนอยู่ที่เชียงรายชื่อ สุมิตรา เป็นชาวอินเดียที่บอกว่าจะสร้างวัด ข้าพเจ้าจึงช่วยเธอสร้างจนสำเร็จใช้เวลาอยู่ประมาณ 2ปี และต่อมาอีกไม่นานนัก ร้านเสื้อผ้าชื่อ ร้านใจดี อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ พบเจอกันครั้งแรกก็ถูกชะตาบอกกับข้าพเจ้าว่า มีที่ดินอยู่ที่ดอยสะเก็ดอยากสร้างวัดแต่ไม่มีเวลาจะทำ จะถวายเงินพร้อมที่ดินให้ข้าพเจ้าสร้าง ก็สามารถสร้างแล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลา 3ปีโดยมีคุณกฤษณะมาช่วยเป็นแรงให้อีกทางหนึ่ง หลังจากนั้น อาจารย์กุมมาลันท่านได้แนะนำให้ข้าพเจ้าไปเรียนรู้การประกอบพิธีกรรมและการสวดมนต์ทางสายฮินดูที่ประเทศอินเดีย ข้าพเจ้าจึงออกเดินทางไป และที่นั่นเองข้าพเจ้าได้รู้จักกับอาจารย์วีระยา ซึ่งท่านก็ได้แนะนำให้ได้รู้จักกับอาจารย์อัญยารณี และท่านผู้นี้เองที่ได้สอนอะไรหลายๆอย่างให้แก่ข้าพเจ้า และนำให้ข้าพเจ้าได้ไปเรียนรู้ทางพิธีกรรมที่ประเทศมาเลเซียอีกด้วย จนทำให้ข้าพเจ้านั้นได้เข้าถึงพิธีกรรมและบทสวดมนต์ทางฮินดูมาจนถึงทุกวันนี้

อาจารย์อัญยารณี ผู้เปี่ยมด้วยบุญบารมีมีญาณวิเศษเมื่อครั้งมาเยือนวัดพระศรีนาคาทุรคาเทวี

      ต่อมาอาจารย์ทางมาเลเซียจะสร้างวัด "มีฮูมีแฮ" ข้าพเจ้าก็จัดผ้าป่าไปช่วยและสร้างวัดได้สำเร็จดังตั้งใจ และในราวปี พ.ศ.2545 อาจารย์ที่อินเดียก็ชักชวนให้ข้าพเจ้ามาสร้างวัดอีก แต่คราวนี้ไม่กล้าจัดผ้าป่าไปเพราะวัดตัวเองก็ยังสร้างไม่เสร็จ ก็เลยปรึกษาครอบครัวให้ใช้ทรัพย์สินส่วนตัวคือขายทองคำหนัก 15บาท ซึ่งตอนนั้นบาทละประมาณ 6.500- ได้เงินมาประมาณ 97.500- ข้าพเจ้าก็ให้อาจารย์กุมมาลันถือเงินไปร่วมสร้างวัดที่อินเดียแทนข้าพเจ้า และในปลายปี พ.ศ.2546 ข้าพเจ้าก็ได้พบกับ คุณองอาจ จารุจินดา มาดูดวงที่วัดธรรมกาย แล้วหายไปประมาณอาทิตย์หนึ่งจึงกลับมา เป็นเช่นนี้อยู่สามครั้ง จนมาครั้งสุดท้ายก็บอกว่าที่เพชรบูรณ์ได้สร้างวัดถวายพระศิวะแต่ยังไม่สมบูรณ์ อยากให้พระแม่ไปดูให้หน่อย และเมื่อเดินทางไปถึงก็ให้รู้สึกถูกใจมาก คุณองอาจจึงบอกว่า ขอถวายวัดนี้ให้พระแม่สร้างต่อ จนในที่สุดก็เสร็จสมบูรณ์จึงได้เชิญอาจารย์จากมาเลเซียมาทำพิธีเปิอโดยตั้งชื่อวัดว่า "โอมศิวะหิมาลัย"

      หลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตช่วงนั้นมีแต่ภาระที่ใหญ่ยิ่งเหลือเกิน ทุกคนในครอบครัวมักถามข้าพเจ้าว่าทำเพื่ออะไร ทำให้ใครนักหนา เรายังเป็นมนุษย์ธรรมดาๆ ไม่ใช่นักบวชและยังมีครอบครัวที่ต้องดูแล ข้าพเจ้าก็ได้แต่ตอบไปว่า คงเพราะรับปากองค์แม่ไว้แต่ชาติก่อน ชาตินี้จึงต้องมาสร้างวัดให้กับพระองค์ท่านมากมาย ถามมาตอบไปก็กับคำถามและคำตอบเดิมๆ จนทำให้ทุกคนเกิดความเคยชิน แต่ก็เริ่มเข้าใจและให้ความร่วมมือ ไม่ว่าจะด้วยกำลังแรง กำลังความคิด และกำลังเงิน ด้วยบารมีของพระองค์ที่ช่วยดลใจให้ทุกคนหันมานับถือและศรัทธา สร้างเสาโบสถ์ หัวงู  สิงห์โต โคมไฟ เทวรูป  และรวมถึงคนอื่นๆเช่น คุณคมกริช และคุณพูลสุข ธีระสุขภิมล พร้อมๆกับอีกหลายๆคนในตระกูลนี้ ได้เข้ามาช่วยเหลือวัดมากมายหลายครั้ง รวมทั้งคุณองอาจและคุณชุติกานต์ จารุจินดา พร้อมครอบครัว ผู้ที่มีแต่พระแม่อยู่ในหัวใจ มาคอยเป็นที่ปรึกษา ก็ขอให้พระแม่ผู้ศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้บุคคลเหล่านี้มีแต่ความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไปด้วยเทอญ 

ร่วมสร้างวัดในประเทศมาเลเซีย

      จากเด็กหญิงตัวเล็กๆเกิดในตระกูลไวตรี สีลม มีพ่อเป็นพราหมณ์ใหญ่ พวกพี่ๆไม่มีใครสนใจสืบทอด จะมีก็แต่ "มะ" ที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับศาสนา เพราะมีคุณยายที่พาเข้าวัดตั้งแต่เด็กๆนั่นรวมถึงวัดไทยด้วย จึงทำให้ "มะ" มีความรักและความผูกพันในศาสนาทั้งสองมาโดยตลอด...
      จวบจนได้เดินทางไปศึกษาต่อยังประเทศอินเดีย ในเรื่องของพิธีกรรมให้เกิดความเข้าใจลึกซึ้งถ่องแท้ และจากจุดนี้เอง "มะ" ก็ได้เริ่มสร้างวัดต่างๆมามากมาย ทั้งที่ อินเดีย มาเลเซีย และในเมืองไทย โดยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญเพื่อให้สิ่งที่ในใจปารถนานั้นสำเร็จ นั่นคือการรับใช้ต่อองค์ทวยเทพทั้งหลายทั้งปวงด้วยจิตใจอันศรัทธาสูงส่ง และจนตัวเองได้มาสร้างวัดยัง "คลองสี่" ธัญบุรี หรือ "วัดพระศรีนาคาทุรคาเทวี" 
      มะ.. บอกว่า การได้สร้างวัดหาใช่ว่าเราจะเป็นผู้มีบุญ แต่นั่นคือการชดใช้กรรมในสิ่งที่ได้ทำไว้ในอดีตชาติ เช่นนั้นแล้ว..เราจงเร่งชำระตัวเองในชาตินี้ด้วยใจอันบริสุทธิ์
      แม้ว่าจะถูกสพประมาท ใส่ร้ายป้ายสีอีกทั้งคำครหานินทา แต่ด้วยตราบใดที่ยังคงความเป็นมษย์  "มะ" ก็คือปุถุชนธรรมดา      บ้างก็ว่า "มะ" หาเงินด้วยการเอาวัดเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาบังหน้า บ้างก็ว่าเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกลวง แต่ด้วยหลายสิ่งหลายอย่างที่ได้เห็นและได้สัมผัส.... เช่นเรื่องราวที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น และเรื่องของวัดต่างๆมากมายที่ได้สร้างไว้ ตลอดจนวัดของ "มะ" เอง ที่สวยงามสง่าสมกับเป็นวัดในศาสนาพราหมณ์วัดหนึ่งที่ไม่น้อยหน้าที่แห่งอื่น  ณ.เวลานี้ จึงทำให้มั่นใจอย่างมากมายว่า "มะ" ไม่ใช่คนอย่างที่ผู้อื่นกล่าวถึงในทางลบเป็นแน่...  แม้ว่าวันนี้.. เรื่องราวต่างๆนั้นจะร้ายจะดีก็แล้วแต่.. ดังที่กล่าว ตราบใดเมื่อเรานังเป็นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาก็คงหนีไปไม่พ้นจากเรื่องเหล่านี้ไปได้..  ทว่า... สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการที่ใครสักคนจะทำสิ่งที่ดีๆก็ควรได้รับการยกย่องและสรรเสริญ และเธอผู้นั้นก็คือ คุณแม่อภิคณา เก่งกสิกิจ หรือมะ แห่งวัดแขกคลองสี่ หรือ วัดพระศรีนาคาทุรคาเทวีแห่งนี้นี่เอง

 

เอกอัครราชฑูตจากประเทศ เนปาล และศรีลังกา เดินทางเพื่อมาร่วมในพิธีศิวราตรี

       สิ่งสำคัญคือผลลัพธ์ที่ปรากฏอยู่จะเป็นเครื่องบ่งชี้สิ่งต่างๆได้เป็นอย่างดี... กับหลายขวบปีที่ผ่านมาด้วยความเพียรพยายามในการสร้างวัดพระศรีนาคาทุรคาเทวีให้สำเร็จลุล่วง  หาใช่แต่ "มะ" เพียงลำพังที่จะทำขึ้นได้สำเร็จด้วยสองมือ ด้วยสิ่งนั้น...น่าจะอยู่กับทุกๆคน ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาต่อองค์มหาเทพต่างหากเล่า ที่จะมาร่วมแรงร่วมใจกันและนำพาความศักดิ์สิทธิ์นั้น....ให้คงอยู่และปรากฏต่อไปเพื่อลูกหลานของชาวเรา... โอม ศักติ