ReadyPlanet.com
dot
dot
ศรีนาคาทุรคาเทวี
dot
dot
SrinagaThurkaDevi
dot
bulletร่วมสร้างวัด
dot
ศรีนาคาทุรคาเทวี
dot
bulletบันทึกศรีนาคา
bulletโหราศาสตร์
dot
รวมลิงค์เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletเว็บสำเร็จรูป
bulletจดโดเมนเนม
bulletเว็บซื้อขาย
dot
Newsletter

dot
dot
ทวยเทพ
dot
bulletมหาเทวี
dot
เรื่องเล่าจากเทวสถาน
dot
bulletความทรงจำ
dot
การให้ธรรมเป็นทาน
dot
bulletอานิสงฆ์ธรรม
bulletโอม ศักติ
bulletเทวะ ปรารถนา


facebook
พันธมิตร
ชมววีดีโอมหาเทพจาก"ยูทูบ"
บันทึกศรีนาคา
ดวงชะตาผ่านลูกแก้ว


คำทำนายของอาจารย์นันทะ

 

          นันทะ แห่งวัดพระแม่กาลี ผู้ปฏิบัติตนอยู่อย่างสมถะ เป็นลูกของบาบาผู้หยั่งรู้โดยเฉพาะในด้านของจิตวิญญาณ วันนี้ นันทะ ได้ออกเดินทางไปยังทั่วแคว้นเพื่อศึกษาความเป็นไปของโลกและมนุษย์ เขาไว้หนวดเครายาวลามถึงโหนกแก้มเหลือให้เห็นเพียงลูกตาสองข้าง หลายคนที่พบเห็นบ้างมอง นันท ะเหมือนคนบ้าเสียสติ กินอาหารเพียงมื้อเดียว มีแก้วน้ำส่วนตัวทำจากโลหะ แต่ในความเป็นนักพรต นันทะ ถูกเรียกขานว่าอาจารย์จากลูกศิษย์ลูกหาที่มีอยู่มากมาก โดยเฉพาะใน อินเดีย ศรีลังกา เนปาล มาเลเซียและในประเทศไทย และหนึ่งในนั้นที่ปวารณาตัวเป็นลูกศิษย์ก็คือ อาจารย์แม่ อภิคณา เก่งกสิกิจแห่งเทวสถานพระศรีนาคาทุรคาเทวีแห่งนี้นี่เอง

          แม่อภิคณา เล่าให้ฟังว่า อาจารย์เป็นคนเรียบเฉย เมื่อครั้งเดินทางมายังเทวสถาน ดูท่านเหมือนไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งใด ทานอาหารเพียงแค่วันละมื้อ ไม่ทานเนื้อสัตว์ มีเหยือกโลหะส่วนตัวไว้ดื่มกินน้ำ และไม่รับกาแฟโดยเด็ดขาดเพราะในกาแฟมีสิ่งกระตุ้น และยังห้ามให้อาจารย์แม่และทุกๆคนที่ปฏิบัติดื่มกินอีกด้วย เช่นนั้นแล้วจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่อาจารย์นันนทะผู้ปฏิบัติตนมายาวนานนับสิบๆปี จะมีสิ่งพิเศษเหนือผู้อื่น โดยเฉพาะการสัมผัสในเรื่องของจิตวิญญาณและนิมิต อาจารย์นันทะ ได้เคยกล่าวทำนายไว้มากมายหลายอย่างกับสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของภัยพิบัติของอนาคต ที่จะมาคร่าชีวิตของผู้คน แม้แต่ในเรื่องของสึนามึ ซึ่งตอนนั้นคนไทยแทบยังไม่รู้จัก อาจารย์นันทะ ได้มองเห็นอนาคตในอีกหลายๆอย่างเมื่อเดินทางไปกับมะ และได้จดบันทึกและกล่าวไว้ซึ่งบางบทบางตอนตรงกับคำทำนายของอานันทะครูองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

         อานันทะ ดูก่อนอานนท์ก่อนกึ่งพุทธกาล 15 ปี จะเกิดการณ์ร้ายแรงจะมีการรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ฝนเหล็กจะตกจากอากาศ ไฟจะลงมาจากอากาศจะเผาผลาญประชาชนให้พินาศ จะมีการล้มตาย ซึ่งกันและกันเป็นอันมาก แต่ว่าดูก่อนอานนท์ก่อนกึ่งพูทธกาล 15 ปี จะถือว่าเป็นการณ์ร้ายแรงหาได้ไม่ทั้งนี้ก็เพราะว่าหลังกึ่งพุทธกาลไปแล้ว อานันทะ ดูก่อนอานนท์ จะมีความร้ายแรงมากกว่าก่อนกึ่งพุทธกาลมาก ยักษ์นอกพุทธศาสนาจะรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายจะล้มตายกันฝ่ายละมากๆ สมณะ ชี พราหมณ์ จะล้มตาย จะตายไป ฝ่ายละครึ่งจึงจะเลิกรากัน สำหรับประเทศที่นับถือพุทธศาสนาจะมีภัยเหมือนกัน แต่ไม่ร้ายแรงนัก พระพุทธเจ้าบอกว่า ค.ศ. 2000 โลกจะไม่สลาย พระพุทธศาสนาจะทรงอยู่ตลอดไป 5,000 ปี

          บันทึกของอาจารย์นันทะถูกตีพิมพ์โดยอาจารย์แม่อภิคณาเมื่อหลายปีก่อน และมีผู้คนนำไปพิมพ์จำหน่ายจ่ายแจกกันมากมาย บิดเบือนแบบงูๆปลาๆและนำไปผสมปนเปเหมารวมว่าเป็นคำทำนายของพราหมณ์อานันทะทั้งหมด ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้เลย โดยเฉพาะกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยในจังหวัดต่างๆ แบบละเอียดยิบ ซึ่งแน่นอนว่า ในพุทธทำนายคงไม่ได้ที่จะลงลึกยิบย่อยไปจนถึงขนาดนั้น และบ้างก็นำคำทำนายไปเผยแพร่อยู่ในสำนักของตนโดยไม่ได้ระบุที่มาที่ไปหรือให้เครดิตแก่อาจารย์นันทะ เลยแม้แต่เพียงนิดเดียว ทุกวันนี้ตัวท่านเองก็ได้แต่นั่งยิ้มเมื่อมีคนนำเรื่องนี้มาบอก ทว่าท่านไม่ได้เป็นกังวลหรือได้เดือดร้อนใจแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่เผยแพร่ออกไป อย่างน้อยก็เป็นเครื่องเตือนสติแก่ผู้คน ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็หาใช่เรื่องของท่านอีก เพราะท่านได้ทำนายไปตามนิมิตที่เห็น และส่วนใครจะนำคำทำนายนี้ไปเป็นสมบัติของตน แต่ตราบใดที่ยังนำไปเผยแพร่ก็ไม่ได้ถือเป็นความผิดแต่อย่างใด เพราะด้วยเหตุสุดท้ายของการกระทำนั้น ผลที่ได้ก็คือได้เผยแพร่เรื่องราวต่างๆและให้ข้อคิดกับผู้คนที่กำลังใช้ชีวิตอย่างประมาทนั่นเอง

          สถานที่แห่งแรกในประเทศไทยที่จะได้เผชิญกับลาวาร้อนจากไฟใต้โลกจะเกิดขึ้นจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดแรกในภาคอีสานตามรอยต่อของจังหวัดที่ติดกันเป็นแนวยาว เริ่มแรกจะมีลักษณะเป็นแนวแยกของแผ่นดินคดเคี้ยวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ธารโลหะร้อนจะไหลลามแผ่ออกไปเป็นบริเวณกว้างข้ามวันข้ามคืนติดต่อกัน จากนั้นพายุที่รุนแรงจะนำน้ำมาดับไฟ ก่อให้เกิดน้ำท่วมและโรคร้ายที่จะระบาดอย่างรุนแรงจนสุดที่จะเยียวยาได้ โดยเฉพาะ อหิวาตกโรคสายพันธุ์ใหม่ที่มนุษย์เชื่อว่าได้กำจัดหมดไปจากโลกนี้แล้ว แต่หารู้ไม่ว่ามันกำลังฟักตัว และจะมีฤทธิ์ร้ายแรงกว่าเดิม ซึ่งสามารถคร่าชีวิตผู้รับเชื้อได้ในเวลาเพียงวันเดียวเท่านั้น ท้องฟ้ามืดมิด ฝนจะเริ่มตกหนักทั่วโลกอย่างไม่หยุดยั้ง น้ำเอ่อขึ้นเรื่อยๆ จนเข้าท่วมแผ่นดินในหลายๆ พื้นที่ พายุไซโคลนจะพัดกระหน่ำและจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 160 ก.ม./ชั่วโมง พัดผ่านกรุงเทพฯ ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ตึกแห่งหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ใหล้กับสะพานกลางเก่ากลางใหม่ในย่านฝั่งธนบุรีจะพังทลายลงมาจากการโหมกรุหน่ำและความบ้าคลั่งของลมพายุ มีผู้เสียในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 600 คน ในเวลาหลังจากนั้นไม่นานนักตึกสีขาวที่อยู่ริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามจะพังทลายตามลงมา ยอดตึกที่พังทลายจะแลเห็นโผล่เนือน้ำให้เห็นเป็นอนุสรณ์ของคราบน้ำตา หลังคาบ้านเรือนในบริเวณใกล้เคียงจะปลิวว่อน เสาไฟฟ้าจะล้มระเนระนาดด้วยความรุนแรงจะสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนในบริเวณใกล้เคยงอย่างเหลือคณานับ เทือกเขาตะนาวศรีในจังหวัดราชบุรีจะพังทลายลงมาเนื่องจากแผ่นดินไหวที่รุนแรง ซึ่งจะเปิดเผยให้เห็นถึงภูเขาไฟที่ซุกซ่อนอยู่ หลังจากนั้นไม่นานภูเขาไฟลูกแรกในประเทศไทยจะระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง เสียงดังกึกก้องกัมปนาทดังมาถึงกรุงเทพฯ ธารลาวาจะไหลลงไปยังฝั่งพม่า

          ไม่นานนักระเบิดลูกที่สองและลูกที่สามก็ตามมา ลู่กที่สี่จะมีความรุนแรงอย่างถึงที่สุด ซึ่งจะสร้างความอำมหิตให้กับภาคเหนือและภาคอีสานต่อไป - ณ บ้านกุดฉิม อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น จะเกิดภูเขาไฟแห่งที่สองระเบิดขึ้น มีผู้เสียชีวิตประมาณ 500 คน - ที่บ้านโพธิ์ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย จะเกิดแผ่นดินไหวและมีลาวาร้อนจากภูเขาไฟไหลเคลื่อนตัวทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า มีผู้เสียชีวิตร่วมพันคน - เกิดภูเขาไฟระเบิดในจังหวัดกาฬสินธุ์อย่างกะทันหัน จนยากที่ผู้คนในบริเวณนั้นจะตั้งตัวทัน และจะเกิดปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดมีจำนวนเด็กผู้หญิง เสียชีวิตมากกว่าผู้ชาย - จังหวัดตรัง เกาะทุกเกาะจะจมหายไปเนื่องจากลมพายุที่รุนแรง และทะเลคลั่งที่กลบกลืน หมู่เกาะให้หลับลึกไปอย่างรวดเร็ว - สมุทรปราการ จะจมหายลงไปในท้องทะเลครึ่งเมืองอย่างถาวร เนื่องมาจากลมพายุที่โหมกระหน่ำบวกกับน้ำทะเลหนุนสูง น้ำจะท่วมอย่างรวดเร็วและมีสายน้ำเปลี่ยนทิศไหนผ่านเมืองอย่างน่าหวาดกลัว ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากหายนะครั้งนี้จะถูกนำส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่อยุ่ใกล้กับห้างสรรพสินค้าชื่อดังในย่านสำโรงและโรงพยาบาลแห่งนี้จะเป็นประตูต้นทางของกระแสน้ำที่ไหลเปลี่ยนทิศ แต่ก็เป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดของเมืองสมุทรปราการ - เกาะสมุย จะถูกลบหายไปจากแผนที่โลก เนื่องจากแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงและเกิดพายุ รวมทั้งคลื่นยักษ์ซัดกระหน่ำจนกระทั่งเกาะทั้งเกาะจมหายลงไปในท้องทะเลอย่างไม่มีวันหวนกลับคืน -

          เกิดแผ่นดินไหวที่ตัวเมืองบุรีรัมย์ เสียชีวิตทันที 53 คน ผู้บาดเจ็บที่เหลือจะเสียชีวิตอย่างมากมายในระหว่างทางไปโรงพยาบาล - เกาะปันหยี จังหวัดพังงา เกิดน้ำท่วมสูงและพายุที่รุนแรงโหมกระหน่ำหายสาบสูญอย่างถาวร ผู้คนเสียชีวิตทั้งเกาะ - เขือนบางลาง จังหวัดนราธิวาส ถูกคลื่นจากทะเลซัดกระหน่ำจนกระทั่งเขื่อนแตก น้ำไหลทะลักเข้าท่วมแผ่นดิน รวมทั้งน้ำทะเลที่ถาโถมเข้าสู่แผ่นดินอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งไม่มีนราธิวาสหลงเหลืออยู่ในแผนที่โลก - บ้านหาดเล็ก จังหวัดตราด จะถูกคลื่นยักษ์ไซโคลนกระหน่ำแผ่นดินหายไม่มีเหลือ - ยะลา ถูกทะเลคลั่งโหมกระหน่ำ น้ำทะเลสูง แผ่นดินหายเหลือเพียงเกาะเล็กๆ เท่านั้น ที่จะมีชื่อเรียกใหม่ว่า เกาะยะลา - จังหวัดสงขลา น้ำท่วมสูง เกาะทุกเกาะจมหายจะเหลือเพียงหาดใหญ่บางส่วนที่น้ำจะไม่ท่วมถาวร - ชลบุรี ชายฝั่งทะเลบางแสนถูกคลื่นยักษ์ 4 - 5 เมตร ซัดกระหน่ำอย่างรุนแรง จนกระทั่งมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งพังพินาศ แต่น้ำทะเลจะไม่ท่วมถาวร - ฉะเชิงเทรา น้ำจะท่วมถึงสองฝั่งบางปะกง จนถึงฐานหลวงพ่อโสธร -

          กระบี่ จะถูกพายุพัดกระหน่ำ ผืนดินทางด้านตะวันออกจะหายไปชาวประมงประมาณ 180 คน จะถูกกลืนหายไปในท้องทะเล - ชุมพร จะเผชิญพายุฝนที่รุนแรง คลื่นจัด น้ำท่วมสูง ศาลกรมกลวงชุมพรจะเหลือไว้เป็นอนุสรณ์ให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ - อุทยานภูริน นางย่อง สิมิลัน จังหวัดพังงา ถูกคลื่นยักษ์ซัดหาย - ภูเก็ต ถูกพายุถล่มอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งเกาะหายไปจากแผนที่โลกมีผู้เสียชีวิตทันทีประมาณ 40,000 - 60,000 คน - นครศรีธรรมราช จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ มีผู้เสียชีวิตประมาณ 20,000 คน - พังงา น้ำท่วม แผ่นดินจะถูกกลืนจมหายไปในท้องทะเล - ปัตตานี ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมทั้งจังหวัด แต่วัดช้างไห้ของหลวงปู่ทวดจะปลอดภัย รูปปั้นหลวงปู่ทวดจะแสดงปาฏิหาริย์ ลอยน้ำขวางกระแสน้ำเชื่ยวน้ำจะแห้ง วัดช้างไห้จะกลายเป็นเกาะกลางน้ำ - เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ จะพังทลาย กระแสน้ำที่เชี่ยวกราดจะทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า มีผู้เสียชีวิตทันทีประมาณ 200 คน เกิดภูเขาไฟระเบิดอย่างถึกก้องกัมปนาทที่จังหวัดอุตรดิตถ์ - กาญจนบุรี เขื่อนศรีนครินทร์ จะมีปัญหาน้ำไหลอ้อมเขื่อนท่วมด้านล่างเสียหายบางส่วน รวมทั้งน้ำท่วมสูงแผ่นดินหายถาวรครึ่งจังหวัด - จังหวัดนครราชาสีมา เกิดน้ำท่วมใหญ่เป็นประวัติการณ์ กระแสน้ำจะท่วมสูงถึงฐานของอนุสาวรีย์ย่าโม ทุกจังหวัดในประเทศไทยต่างก็ได้รับความบอบช้ำด้วยกันทั้งสิ้นจะมากน้อยต่างกันไป

 

         บริเวณใดที่มีผู้คนที่มีศีลธรมอาศัยอยู่อาจได้รับการปกป้องบรรเทาภัยพิบัติให้เบาบางลงไปได้บ้าง... ข้อมูลทุกอย่างที่กล่าวมานี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ระดับความรุนแรงจะไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน ดังเช่น ภูเขาไฟที่กล่าวว่าจะเกิดในสถานที่หลายแห่งนั้นอาจเกิดระเบิดกึกก้องกัมปนาทรวมกันในสถานที่แห่งเดียวกัน แต่จะมีความรุนแรงมากกว่าปกติ กล่าวคืออาจมีลาวาจะพุ่งขึ้นฟ้าสูงเป็นพิเศษถึง 6 กิโลเมตร เป็นต้น เหตุการณ์ต่างๆ ที่กล่าวมานั้น จะมีอยู่วันหนึ่งที่เหตุการณ์รุ่นแรงที่สุดคลื่นพลังมหาศาสจากจักรวาลจะกระแทกลงมายังโลก เป็นพลังงานที่เกิดจากลมพายุสุริยะอันเนื่องมาจากจุดดับบนดวงอาทิตย์จุดที่ 11 มนุษย์ทุกคนบนโลกจะได้พบกับเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัว บรรยากาศช่วงแรกๆ จะรู้สึกหดหู่ เวิ้งว้าง ท้องฟ้าจะวังเวงพิกล หลังจากนั้นไม่นานนักลมจะแรงขึ้น เสียงฟ้าเสียงลมจะแผดเสียงกึกก้องดังที่สุด ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยได้ยินเสียงที่ดังขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เป็นเสียงของพญามัจจุราชที่พิพากษาโลกในด้านความเป็นมนุษย์คนชั่วทุกคนจะถูกประหารชีวิต และตายอย่างทรมาน ไม่เว้นแต่ผู้นำสังคม ผู้นำเศรษฐกิจ ผู้นำลัทธิ ฯลฯ ส่วนคนดีจะได้รับการยกเว้นเอาไว้ให้ได้ทำความดีโดยไม่มีอุปสรรคต่อไป ปลายปี พ.ศ. 2548 นี้ จะเริ่มเกิดสงครามครั้งยิ่งใหญ่ของโลก ซึ่งจะส่งผลให้มีคนตายจำนวนมหาศาล ส่วนผู้ที่รักษาศีล 5 ขึ้นไปจะรอด และอีก 5 ปีต่อไป น้ำจะท่วมภาคใต้ และจะร้ายแรงมากกว่าสึนามิหลายเท่า ผู้คนที่รอดชีวิตจำต้องเดินทางขึ้นเหนือเพื่อให้พ้นภัย โดยระหว่างทางจะพบกับคนนอนตายเกลื่อนกลาดจำนวนมาก คนที่ไม่เคยเข้าวัดก็รีบเข้าวัดซะ ตอนนี้ก็ยังทัน รีบหาของดี วัตถุมงคลติดตัวไว้ แต่ถ้าเป็นคนมีศีลดีอยู่แล้วก็ยิ่งดี และสุดท้ายให้นั่งสมาธิ เพราะไม่มีสิ่งใดจะช่วยเราได้นอกจากสมาธิและผู้ปฏิบัติสมาธิที่ได้อภิญญา เรียกว่าให้อยู่ใกล้คนดีเข้าไว้      

           ปีพ.ศ.2549 พระศรีอารย์ ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์อยู่สวรรคชั้นดุสิตในตอนนี้ จะลงมาเกิดเป็นมนุษย์ (ท่านลงมาเกิดในคราวนี้ไม่ใช่จะมาเป็นพระพุทธเจ้า แต่เพื่อช่วยให้ผู้คนรอดพ้นจากเหตุการณ์อันเหลือที่มนุษย์จะรับมือได้ไหวครั้งนี้ เพื่อช่วยให้พ้นจากภัยสงครามครั้งมหึมา ที่จะทำให้มีคนตายมหาศาลที่กำลังจะเกิดขึ้นท่านอาจจะเกิดเป็นมนุษย์แล้วก็ได้แต่ยังไม่แสดงตัวเท่านั้น) หากท่านไม่แน่ใจว่าตัวท่านมีความดีพอที่จะรอดพ้นจากมหาภัยพิบัติครั้งนี้ละก็ ขอให้หาของดีติดตัวไว้เป็นอย่างดี หรือถ้าหาของดีไม่ได้จริงๆ ก็จงทำตัวของท่านให้เป็นคนดีเพื่อความดีจะรักษาตัวของท่านเอง หากท่านไม่เชื่อก็จงอย่าเพิ่งปฏิเสธ (ยกตัวอย่าง เช่น เชื้อโรคที่ตาเปล่าของเรามองไม่เห็น แต่เราก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันไม่มี เพราะเรามีเครื่องมือคือกล้องจุลทรรศน์ที่จะส่องเห็นแล้ว ) ส่วนเรื่องอย่างอื่นเช่นที่กล่าวไปแล้วก่อนหน้า เครื่องมือที่จะเห็นก็มีแล้วก็คือ การปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ แต่อยู่ที่ท่านจะใช้เครื่องมือนั้นอย่างถูกต้อง หรือไม่เท่านั้นเอง ผู้เขียนเคยอ่านหนังสือที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านเขียนไว้ว่า อีกไม่กี่ร้อยปีจะมีพระมหากษัตริย์ท่านหนึ่งเดินทางจากทางเหนือมาบูรณะวัดท่าซุง ขณะนี้วัดท่าซุงก็ยังคงเป็นปกติดี แสดงว่าหลังจากนี้ไม่นานนักคงต้องมีเหตุการณ์ที่ทำให้วัดท่าซุงร้าง ซึ่งปัจจุบันวัดท่าซุงยังมีคนไปทำบุญถือศีลปฏิบัติธรรม อย่างไม่ขาดสาย แต่จะมีเหตุใดเล่าที่ทำให้วัดร้างได้นอกจาก (อาจจะเกิดสงครามนิวเคลียร์ระหว่างชาติอาหรับและอเมริกา ซึ่งเป็นชนวนให้เกิดอภิมหาสงครามครั้งใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบถึบประเทศไทยก็เป็นได้)

 

          การเตรียมตัวรับมือภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ 1. ก่อนการเกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ 15 วันโลกจะเอียงก้มหัวให้ดวงอาทิตย์ มากขึ้นเรื่อยๆ และส่งผลให้น้ำแข็งจากขั้วโลกเหนือละลายจะนำไปสู่คลื่น ยักษ์ถาโถมเข้าสู่แผ่นดิน (ปัจจุบันเกิดขึ้นแล้ว) 2. เกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่เป็นเวลา 49 วัน ในระหว่างเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน 3. ฝนตกครั้งใหญ่ทั่วโลก (ระยะชำระล้างเป็นเวลา 7 วัน) *ระยะเวลาการเกิดภัยธรรมฃาติที่รุนแรงของโลก รวมแล้วมีระยะเวลาทั้งสิ้น 56 วัน ใน 3 วันแรกจะเกิดสงครามนิวเคลียร์ที่ทวีปเอเชีย ในประเทศที่เป็นอริต่อกัน ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 1. เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ 2. พายุถล่ม 3. แผ่นดินแยกและแผ่นดินไหว 4. ภูเขาไฟระเบิด (จังหวัดภาคกลาง 2 ลูก, ภาคเหนือตอนล่าง 3 ลูก อีกทั้งที่จังหวัดราชบุรี น่าน แพร่ อ.ร้องกวาง) 5. คลื่นยักษ์จากทะเล 6. โรคระบาดที่สุดจะเยียวยา ได้แก่ Virusterria, อหิวาตกโรค สายพันธุ์ใหม่ ผู้ที่ได้รับเชื้อจะเสียชีวิตภายใน 6 วัน 7. คลื่นเสียงที่รุนแรง ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตยังไม่เคยได้ยินเสียงที่ดังขนาดนั้นมาก่อน 8. อดอยากขลาดแคลนอาหาร การเตรียมตัวเตรียมปัจจัยเพื่อตนเองและสมาชิกในครอบครัว 1. เตรียมอาหารและน้ำดื่มไว้ที่บ้านอย่างน้อย 3 - 6 เดือน 2. เครื่องนุ่งห่มเพื่อความอบอุ่นของร่างกายได้แก่ เสื้อผ้า กระเป๋าน้ำร้อน ผ้าห่ม ฯลฯ เพราะในช่วงเวลานั้นอากาศจะหนาวเย็นยะเยือกจับขั่วหัวใจ 3. เครื่องใช้ที่จำเป็น 4. ที่อยู่อาศัย 5. ยารักษโรค 6. ด่างทับทิมและคาราไมล์ (จำเป็นมาก) ห้ามกินอาหารที่ไม่ได้ล้างด้วยด่างทับทิม เพราะจะมีทั้งเชื้อโรคและสารกัมมันตรังสี ส่วนคารไมล์จะมีไว้รักษาโรคทางผิดหนังที่ดูเหมือนจะยากต่อการรักษา แต่เมื่อทาคาราไมล์แล้วจะหายได้ อย่างน่าอัศจรรย์ 7. ยานพาหนะ เช่น เรือ เสื้อชูชีพ 8. เครื่องช่วยชีวิต 9. แสงสว่าง เช่น เทียน ตะเกียงพายุ (เวลานั้นท้องฟ้าจะมืดมิด 7 วัน = 1 ราตรี และจะมืดมิด 7 ราตรี หรือ 49 วัน ไฟฟ้าจะดับทั่วโลก) 10. เตรียมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง

         การดูแลตัวเองในช่วงเวลาวิกฤติ 1. ห้ามออกนอกบ้านโดยเด็ดขาด ใครมาเคาะประตูบ้านก็ห้ามเปิดไม่ว่าคนนั้นจะเป็นญาติสนิทหรือคนที่เรารู้จักก็ตาม 2. ห้ามตากฝน เพราะในฝนจะมีพิษ ทั้งเชื้อโรคและสารเคมีที่มนุษย์สร้างขึ้น 3. ห้ามลุยน้ำหรือแช่น้ำนานๆ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องใช้ต่างทับทิมล้างทุกครั้ง 4. ห้ามเปิดประตูต้อนรับผู้อื่น เพราะช่วงเวลานั้นประตูมิติของโลกทั้งสามภพจะถูกเปิดเป็นครั้งแรก *ผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องผีสางจิตวิญญาณ ก็จะได้เห็น คนที่มาเยือนอาจเป็น ผีเปรต ผีโขมด ที่เป็นเจ้ากรรมของเราจำแลงมาก็เป็นได้และห้ามอยากรู้อยากเห็นโดยเด็ดขาด 5. ห้ามกินเนื้อสัตว์ทุกชนิด 6. ห้ามกินผักที่ยังไม่ได้แช่ด่างทับทิม 7. ฝึกการกินน้อย ถ่ายน้อย 8. ระวังอากาศที่หนาวเย็น 9. ระวังสัตว์ร้าย สัตว์มีพิษ เช่น งูพิษ จระเข้ 10. ห้ามอยู่ตึกสูงเกิน 3 ชั้น เพราะตึกสูงเกิน 3 ชั้น จะพังทลายราบเป็นหน้ากลอง การเตรียมจิตวิญญาณ 1. ชำระกรรมให้เบาบาง โดยหยุดโลภ โกรธ หลง ทำจิตใจให้สงบเบิกบาน เพราะวันนั้นจะมีผู้ที่เส้นโลหิตในสมองแตกเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เพราะเสียงที่ดังกึกก้องไปกระตุ้นเส้นเลือดในสมองให้แตก ดังนั้นต้องปล่อยวางทำจิตให้เป็นบวก จะช่วยได้มาก 2. มีสำนึกทางจิตวิญญาณ 3. ฝึกการละวาง 4. มีสติรู้ตัวตลอดเวลา 5. ฝึกการทำโฆษกรรมขออภัยต่อเจ้ากรรมนายเวร หรือผู้ที่เราล่วงละเมิด การดูแลแก่นแท้ยามมีภัย 1. ได้ยินเสียงใดให้ละวางเสียงนั้น / รู้เห็นสิ่งใดให้ละวางสิ่งนั้นต้องไม่รับรู้ ไม่รับเห็น ไม่รู้ ไม่ชี้ ไม่ว่าจะได้ยินเสียงคนข้างบ้านร้องเพระกำลังจะตาย หรือได้ยินเสียงใดที่น่าหวาดกลัว ต้องได้ยินแล้วผ่านเลยไป หากละวางไม่ได้จะเกิดอาการ "ตายก่อนตาย" (รู้ว่าตนเองจะต้องตายแน่ๆ หรือการตายทั้งเป็น) 2. ยอมรับให้ได้ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องมีสติตลอดเวลา 3. อย่าอยู่นิ่งเฉย เพราะจะทำให้กลัวมากขึ้น ควรหากิจกรรมทำ เช่น อ่านหนังสือธรรมะ เพื่อให้จิตเป็นบวกเกิดความอิ่มเอิบ 4. สังเกตธรรมชาติก่อนนาทีวิกฤติจะเกิดขึ้น

          ลางบอกเหตุก่อนเกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ (ระยะที่ 2) ท้องฟ้ามืดมิดผิดปกติ ใบไม้จะพลิกคว่ำพลิกหงายแลดูหดหู่ สัตว์ทั้งหลายจะไม่ปรากฏกายให้เห็น แต่ถ้ามีสัตว์เลียงอยู่ในบ้านจะเห็นมันวิ่งลุกลี้ลุกลนผิดปกติหรือบางตัวจะนอนนิ่งน้ำตาซึม เรื่องเวลาที่แน่นอนนั้น ขอบอกตามตรงว่าไม่ทราบ เพราะจริงๆ แล้วน่าจะเกิดตั้งแต่ ค.ศ. 1999 ตามที่นอสตราดามุสทำนายเอาไว้ แต่เมื่อดูจากเหตุการณ์ในปัจจุบันแล้ว ภัยธรรมชาติที่รุนแรงอย่างไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิตนี้ และจากคำบอกเล่าของครูบาอาจารย์ต่างๆ คิดว่าจะเกิดภายใน 1-3 ปีนี้ เป็นกรรมของสัตว์โลกนะ ครูบาอาจารย์ท่านเคยบอกว่าระบบจะเริ่มล้างมนุษย์ปลายปี 47 (ทีแรกคิดว่าไม่มีอะไรเกิดแล้ว จิตเกือบเผลอปรามาสครูบาอาจารย์) แล้วจะมีเหตุอื่นมาล้างเรื่อยๆ ด้วยระบบภัยพิบัติทางดิน น้ำ ลม ไฟ โรคระบาด และอุบัติภัยสงคราม และจะหนักขึ้นเรื่อยๆ จนพระจักรพรรดิลงมาภัยพิบัติจึงจะสงบ ต่อไปที่จะวิบัติหนักๆ ก็คือ ไต้หวัน ญี่ป่น ฟิลิปปินส์ อเมริกา ฯลฯ เคยถามครูบาอาจารย์ว่าไม่เคยมีใครเปลี่ยนได้เลยหรือ ท่านบอกว่า "ไม่ได้" ท่านว่า "ปูยีเว้าก็ปานพระเจ้าเว้านั่นแหละ ในโลกนี้ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้ เพราะกรรมของมนุษย์เป็นแบบนั้น" สำหรับเมืองไทย ต่อไปกรุงเทพฯ ก็มิใช่จะปลอดภัยเพราะฝ่ายรักษาภายในของ กทม. เริ่มถอนระบบออกไปมากแล้ว และต่อไปภาคใต้แทบจะไม่เหลือจะเป็นเกาะเป็นแก่งทั้งหมด เราเข้าใจว่าภัยพิบัติในภาคใต้เป็นสัญญาณของยุคจักรพรรดิที่กำลังจะเริ่มต้น ที่จริงมีสัญญาณอย่างอื่นด้วย แต่เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล เช่น เรื่องธาตุแก้วเจ็ดประการที่เริ่มเข้ามาสู่ระบบแล้ว และมีสิ่งของอื่นๆ อีกหลายอย่างที่กระจัดกระจายกันอยู่ในหลายประเทศ เป็นต้น ผู้ที่ไม่มีหน้าที่และเข้าไม่ถึงระบบธาตุเหล่านี้จะไม่สามารถเข้าใจได้ ถ้าใครมีจิตที่เอ็กซเรย์ธาตุได้ก็จะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร อย่างแก้วมังกร และแก้ววิเศษของเทวดาก็อาจเป็นของไร้ค่าในโลกมนุษย์ เพราะความไม่รู้

          ครูบาอาจารย์เคยเล่าว่า แค่นาคโก่งหลังขึ้นมามนุษย์ก็ตายเป็นเบือแล้ว ต่อไปบางที่ก็จะหายไปทั้งเกาะ นี่ยังไม่นับภัยพิบัติจากท้าวกกนาคแถวลพบุรีที่ในไม่ช้า (ช่วงท้ายๆ ของภัยพิบัติ) จะลุกขึ้นมา (ภายใน) เพื่อไปรอรับพระจักรพรรดิ ขณะที่ทหารลิง 18 กองพลที่เคยเผ้ายักษ์ตนนี้อยู่ที่อื่นครูบาอาจารย์ท่านว่ายักษ์กกนาคตนนี้มีพิษมาก แค่พลิกตัว พิษของยักษ์ก็จะทำให้เกิดโรคระบาดร้ายแรงได้ มนุษย์จะตายไปครึ่งโลก แต่คนที่มีศีลก็ไม่เป็นไร เราค่อนข้างมั่นใจว่าภายในปี 2560 ประเทศไทยจะได้เป็นมหาอำนาจและไทยกับลาวจะรวมกันเป็นหนึ่ง (ประเทศเดียวกัน) ท่านไหนขยันหมั่นเพียรรักษาศีล ภาวนา ก็จะได้มีโอกาสอยู่ในยุคใหม่ต่อไป ส่วนท่านที่ยังไม่มีศีลธรรมพอก็คงจะต้องไปตามวิถีกรรมของตนเอง 

          ศูนย์กลางโลก ศูนย์กลางศาสนาอยู่ในประเทศไทย ซึ่งต่อไป ที่แห่งหนึ่งในประเทศไทยจะเป็นใจกลางโลก ใจกลางศาสนา ในยุคจักรพรรดิ ทั้งโลกจะถูกปกครองโดย 3 ร่มโพธิ์ศรีอัญญาสิทธิ์และอัญญาธรรม พระจักรพรรดิจะเป็นพระมหากษัตริย์ของโลกอย่างที่พวกยิวเขาคิดจะครองโลกกันนั้นไปไม่ถึงดวงดาวหรอก เพราะวิทยาศาสตร์ถึงทางตันแล้ว เหตุที่เกิดในภาคใต้ ซึ่งเป็นเขตพระพุทธศาสนายังรุ่นแรงขนาดนี้ ต่อไปเหตุที่เกิดในเขตศาสนาอื่นๆ นั้น จะรุนแรงกว่านี้มาก และความหายนะที่จะเกิดขึ้นนั้นก็จะมากด้วย ถ้าหากศึกษาถึงเชื้อของจิตวิญญาณเดิมของการมาเกิด ก็จะเข้าใจว่าอย่างอิสลามและคริสต์นั้นเชื้อจิตวิญญาณเดิม หรือต้นธาตุของจิตวิญญาณของพวกนี้ เป็นพวกยักษ์ตระกูลต่างๆ ดังนั้น ที่ครูบาอาจารย์ท่านว่าพวกยักษ์นอกศาสนาเขาตีกันนั้น ก็พวกยักษ์เหล่านี้แหละที่มีปัญหา และพวกยักษ์เหล่านี้ก็มาเกิดมากในยุคนี้ ส่วนในเขตประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงจะเป็นเชื้อนาค เชื้อเทวดา เชื้อครุฑ คนในเขตประเทศไทยส่วนใหญ่ก็วนเวียนอยู่กับการเกิดเป็นเชื้อต่างๆ เหล่านี้ ขึ้นอยู่กับชาติที่ทำบารมีมาเด่นๆ ว่าเคยทำบารมีในภพภูมิไหนมามาก ก็จะมีความเกี่ยวพันกันกับภพภูมิเหล่านั้น และเมื่อถึงเวลาก็จะเป็นการทำบารมีร่วมกันระหว่างภพภูมิ และบางครั้งการทำงานจากภายในก็จะส่งผลออกมาสู่ภายนอก แต่คนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นภายใน ที่เห็นก็คือผลที่แสดงออกมาภายนอกและพยายามอธิบายกันด้วยเหตุและผลทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นการรู้นอก แต่ไม่รู้ในคล้ายๆ กับวิทยาศาสตร์พยายามอธิบายเหตุผลภายนอก แต่ไม่เข้าใจถึงกฎแห่งกรรม ซึ่งเป็นเหตุอยู่ภายใน เป็นต้น นี่คือรู้ไม่แจ้งในเรื่องนั้นๆ ก็เลยเกิดความ "ประมาท"

          ต่อไปจะมีพระจักพรรดิเป็นผู้ปกครองโลก พระยาธรรมิกราชจะคล้ายพระสังฆราช และจะมีพระโพธิสัตว์อีกองค์หนึ่ง จะทำหน้าที่คล้ายกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งสามร่มโพธิ์ศรีก็คือ สามโพธิสัตว์ที่ลงมาทำหน้าที่ดูแลพระพุทธศาสนานั่นเอง และก็มีเหล่าอัญญสิทธิ์ อัญญธรรม ที่ตามลงมาทำหน้าที่อีกจำนวนหนึ่งบางคนก็รู้ตัวแล้ว บางคนก็อาจยังไม่รู้ตัวเอง ถึงเวลาแล้วก็คงจะได้เห็นว่าของจริงนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งบางท่านจะมีชื่อเสียงในหมู่เทพ เทวดา นาค ครุฑ กุมภัณฑ์ ฤาษี มุนี ดาบส ฯลฯ พวกเขาเหล่านั้นก็รอยุคพระยาธรรมิกราช แต่พวกมนุษย์ไม่รู้จักเพราะท่านเหล่านี้จะอยู่อย่างเงียบๆ และลี้ลับ ครูบาอาจารย์ท่านเคยเปรยๆ ให้ฟังว่า สำหรับผู้ทำบารมีเข้มข้นแล้วนั้น "ดังบ่ดี ดีบ่ดัง"

         จากที่ครูบาอาจารย์ท่านเล่าสู่กันฟัง สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ไม่มีใครที่จะสามารถหลีกเลี่ยงได้เพราะกรรมเป็นตัวกำหนด และยุคพระยาธรรมิกราชก็เป็นพุทธประเพณี เป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในกึ่งกลางพระทธศาสนาในยุคของพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ อย่างในยุคพระเวสสันดร (ซึ่งเป็นช่วงประมาณกึ่งกลางศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง) หลังจากพระเวสสันดรได้พรแปดประการจากพระอินทร์แล้ว หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดยุค พระยาธรรมิกราชหรือยุคพระจักรพรรดิขึ้น ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าลูกชายพระเวสสันดรจะเป็นพระจักรพรรดิในสมัยนั้น ในยุคร่วมสมัยในปัจจุบันนี้มีบุคคลผู้หนึ่งทำทานบารมีจนได้พรแปดประการจากพระอินทร์แล้วเช่นกัน ก็พอจะอนุมานได้ว่ายุคพระยาธรรมิกราชนั้นเข้ามาใกล้ปลายจมูกแล้ว ใครที่คิดจะทำบุญกุศลอะไรก็ให้รีบเร่งทำ หากเมื่อใดที่ผู้ที่เขาได้พรพระอินทร์เขาทำอธิษฐานบารมีเพื่อดูแลพระศาสนา (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรารถนาพุทธภูมิ) ระบบที่เขาทำหน้าที่ภายในเขาก็จะทำงานตามลำดับ

          เมื่อถึงตอนนั้นจะเห็นคุณค่าของศีลธรรม ของศีลห้า ศีลแปด ของบุญบารมีที่แต่ละท่านบำเพ็ญเพียรสั่งสมมา ให้ลองนึกถึงเหตุการณ์คลื่นยักษ์ในภาคใต้ดูว่า คลื่นยักษ์ขนาดไหนที่จะทำให้ด้ามขวานไทยเหลือเป็นเกาะเป็นแก่ง และคลื่นยักษ์ขนาดไหนที่จะสามารถทำให้เกาะขนาดประเทศไต้หวันหายวับไปได้ในพริบตา เมื่อไหร่ก็ตามที่นาคใหญ่ทำงานจะสั่นสะเทือนไปทั้งโลก หากจะเทียบเหตุการณ์ในภาคใต้ที่ผ่านมาเป็นแค่นาคใหญ่โก่งหลังหรือสะดุ้งเพียงเล็กน้อย ลองจิตนาการดูว่าหากพวกนาคบางพวกมีหน้าที่ทำฤทธิ์ เพื่อล้างพวกผู้มีศีลธรรมไม่เพียงพอสำหรับอยู่ในยุคพระธรรมบนโลกนี้ ก็จะเหลือคนไม่มากอย่างที่พระสูตรบอกไว้

          และทั้งหมดนั้น...ก็คือเรื่องราวที่ผสมปนเปกันไป ขณะที่ต้นฉบับอันแท้จริงของ อาจารย์นันทะ ยังคงถูกเก็บรักษาไว้ยังเทวสถานพระศรีนาคาทุรคาเทวีแห่งนี้ และนอกเหนือไปจากนี้ อาจารย์นันทะยังได้ทำนายไว้อีกด้วยว่า ประเทศไทยจะเป็นผู้ที่ได้สร้างองค์พระศรีมหาคณาบดี พระพิฆเนศวร์องค์ใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนใครจะเป็นผู้มาสร้างหรือจัดสร้างนั้น คงต้องรอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ในคำทำนายนั้น




โหราพยากรณ์

ดวงชะตาผ่านลูกแก้ว article
พยากรณ์ดวงแบบอินเดีย article
ตำนานโหราศาสตร์



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
60/6 หมู่ 4 ถ.คลองหลวง ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
เบอร์โทร : 02-9917089 . 0885071843
อีเมล srinaga@srinagathurka.com
เว็บไซต์ : http://www.srinagathurka.com.
เว็บไซต์ : EDIT BY PHORN PUTAWAN.